คุณรู้หรือไม่ว่าชีวิตของคนเรามันสั้นนัก ผมเป็นคนหนึ่งที่ตระหนักในเรื่องนี้ เพราะผมมีประสบการณ์ชีวิตที่เหมือนกับใครหลายๆ คน คือ เกิดมาในครอบครัวที่ยากจน และต้องการหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ชีวิต เช่น การเรียน การทำงาน การเงิน เพื่อเป็นสิ่งในการดำรงชีวิตในปัจจุบัน ซึ่งหลายคนคิดว่า ต้องเรียนสูง ๆ หรือต้องเรียนในสถาบันที่มีชื่อเสียงเพื่อที่จะได้งานที่ดีและมั่นคงและมีเงินเดือนที่ดี แต่คนอย่างผมหรือใครหลายๆ คนจะมีเงินมากมายขนาดนั้นไหมล่ะ ที่จะได้เรียนสถาบันดีอย่างที่ตั้งใจ แต่จริงๆ แล้วมันก็สามารถทำได้นะครับ เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่อาจจะเรียกว่าหัวดีก็ได้ เพราะว่าสอบที่ไหนก็สอบติด แต่ผมอยู่ในครอบครัวที่ยากจน ผมจึงต้องคิดก่อนที่จะเรียนว่าพ่อแม่มีำเงินที่จะจ่ายค่าเทอมให้ผมหรือไม่ สรุป ผมไม่ได้เรียนสถาบันที่ใครๆหลายคนอยากเรียนครับ ผมเลยตัดสินใจ เข้ามาหางานทำในกรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 15 ปี มาอยู่คนเดียวนะครับ ไม่ได้มีญาติหรือคนรู้จัก ก่อนที่จะเข้ามาก็ตัดสินใจอยู่ว่าตายเป็นตายต้องลองดูสักครั้งชีวิตคงเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียวละครับ และผมก็หางานทำเรื่อยมาตั้งแต่มาอยู่ในกรุงเทพฯ ทำงานทุกอย่างที่เขาให้ทำ เช่น ขายของ ขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ขายเครื่องเสียง ช่างซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เรียกง่ายๆว่าทำทุกอย่างครับ เงินเดือนหรือครับ ไม่ต้องพูดถึง ได้วันละ 100 บาท ทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดครับ ทำอยู่แบบนี้มาประมาณ 2-3 ครับ แต่ผมก็สามารถเรียนจบการศึกษามัธยมปลายนะครับ คราวนี้ละครับยุ่งกว่าอีก อยากเรียนปริญญาครับ ทำยังไงละครับที่นี้ เพราะผมไม่กล้าไปขอเงินจากทางบ้านกลัวเข้าจะไม่ให้เรียนครับ เพราะที่บ้านอยากให้ทำงานมากกว่า เลยตัดสินใจหางานทำใหม่คราวนี้ได้เงินเดือนดีขึ้นมาอีกหน่อยครับ ได้วันละ 200 บาท และผมก็เข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยครับ แต่เป็นภาคค่ำนะครับ เพราะกลางวันผมต้องทำงานหาเงินมาจ่ายค่าเทอม ผมเรียนเกี่ยวกับ IT หรือ Information Technology ครับในมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งใน กรุงเทพฯ เรียนก็ 4 ปี กว่าจะจบครับแทบแย่ เพราะค่าเทอมของมหาวิทยาลัยรัฐบาลก็ไม่ได้ถูกอย่างที่คิดนะครับ ผมเรียนที่นี่ต้องจ่ายค่าเทอมปีหนึ่ง 3 ครั้งครับ ลองคิดดูนะครับ ทำงานเดือนหนึ่งได้เงิน 6,000 บาทปีหนึ่งก็ประมาณ 72,000 บาทครับ จ่ายค่าเทอม ปีหนึ่งก็เทอมละ 12,000 บาทครับ รวมๆแล้วก็ประมาณ 36,000 บาทครับ ยังไม่รวมค่าหนังสือหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเรียนนะครับ ผมแทบจะไม่มีเงินเก็บครับ แค่มีเงินใช้ไปมหาวิทยาลัยและใช้จ่ายประจำวันก็หมดแล้วครับ ผมถึงต้องเรียนให้จบปริญญาเพื่อจะได้มีงานที่ดีและเงินที่ดี แต่กลับตรงกันข้ามครับผมได้งานที่เกี่ยวกับสายที่ผมเรียนมา เงินเดือนเริ่มต้นที่ทำ 12,000 บาทครับ ผมดีใจมากครับ ได้เพิ่มมากกว่าเดิมอีกครึ่งนึง ผมก็คิดว่ามันน่าจะพอแล้วสำหรับผม แต่จริงๆ มันไม่ใช่ครับ ค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็ประมาณเดือนละ 4,000 บาทครับ นี่ยังไม่รวมค่ารถที่ผมต้องจ่ายทุกวันไปทำงานนะครับ ค่ารถวันนึงไปกลับก็ประมาณ 120 บาทครับ ทำงานเดือนชนเดือนเลยครับ เงินไม่มีเก็บเหมือนกัน บางเดือนก็ขัดสนอย่างมากครับ ผมไม่มีสมบัติอะไรเลยตั้งแต่มาอยู่ในกรุงเทพฯ ประเด็นอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตรงนี้ครับ
สิ่งที่ผมอยากที่จะบอกต่อไปก็คือ คนเรานะครับมันเลือกที่จะเกิดไม่ได้ครับ แต่เลือกทางที่จะเดินได้ครับ เลือกอิสระภาพทางการเงิน อิสระภาพทางด้านเวลา และเลือกธุรกิจที่เราจะทำได้ครับ อยู่ที่ว่าเราเปิดใจและเปลี่ยนความคิดแบบเดิมๆ ได้หรือไม่ บางคนคิดว่าทำงานเป็นแพทย์เป็นอาชีพที่มั่นคงเงินเดือนเยอะมีชื่อเสียง เขาทำงานหาเงินอย่างหนักที่จะได้มีเงินเยอะๆ เพื่อที่จะมาซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้อทุกสิ่งที่เขาอยากได้ และเขาก็สามารถทำได้ครับแต่แพทย์คนนั้นไม่มีเวลาดูแลตัวเอง เพราะต้องทำงานหาเงินมาผ่อนรถ ผ่อนบ้าน เลี้ยงดูครอบครัว ส่งลูกเข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยที่ดี มีชื่อเสียง เมื่อเวลาเขามีอายุมากขึ้น เจ็บป่วยจนไม่สามารถไปทำงานได้ เขาก็ไม่มีรายได้ เพราะเขาไม่ได้ทำงาน และนำเงินที่หามาได้ไปรักษาตัว ซึ่งในการรักษาตัวก็ใช้เงินเยอะนะครับ ถ้าคุณเป็นคนจนล่ะ จะหาเงินไหนไปรักษาโรคหัวใจ หรือโรคมะเร็ง ซึ่งบางครั้งโรคเหล่านี้ทำให้ใครบางคนสามารถหมดเงินที่หามาได้ทั้งหมดไปกับการรักษาตัวและอีกอย่างหนึ่งก็คือคนเรากลัวที่จะเปลี่ยนความคิดแบบเดิมๆ ไม่กล้าคิดหรือทำอะไรใหม่ ผมเป็นคนหนึ่งที่กล้าที่จะเปลี่ยนความคิดของตัวเองจากพนักงานเงินเดือน หรือ ที่ใครหลายๆ คนเรียกว่าลูกจ้าง เปลี่ยนจากลูกจ้างมาเป็นนักธุรกิจ ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อหรอกครับว่าจะมีธุรกิจไหนที่จะทำให้ผมมีรายได้จากที่ผมทำงานเดือนละ 12,000 บาท เป็นเดือนละ 50,000 บาท โดยที่ผมไม่ต้องมีหน้าร้าน ไม่ต้องเสียค่าเช่าตึก ไม่ต้องเสียค่าน้ำค่าไฟ หรือที่เรียกกันว่า ค่าโซหุ้ย ผมเลยตัดสินใจไปดูและศึกษาแผนธุรกิจนี้ว่าเป็นแบบไหน และ ผมสามารถที่จะทำธุรกิจนี้ได้หรือไม่ ผมใช้เวลาศึกษาธุรกิจนี้ประมาณ 2-3 เดือน ทำให้ผมรู้ว่าผมสามารถทำได้พร้อมกับทำงานประจำควบคู่กันไป เพราะว่าธุรกิจนี้ไม่ส่งผลกระทบกับงานประจำของผมเลยและทำให้ผมมีรายได้ทั้งสองทาง ทำให้ผมสามารถที่จะหาเงินได้มากขึ้น และสามารถทำให้ชีวิตของผมดีขึ้นจากที่ไม่เคยมีอะไรเลย แต่ตอนนี้ผมสามารถซื้อรถ ซื้อคอนโด มีเงินมากขึ้นและทำให้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้น ผมจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาทำธุรกิจนี้แบบเต็มตัว และทำให้ผมมีอิสระภาพทางการเงิน อิสระภาพทางเวลา และมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ผมจึงอยากแบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ของผมจากที่ไม่มีอะไรเลยซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนให้กับผู้อื่นได้รับรู้และลองเปิดความคิดใหม่ ๆ ที่จะทำให้ชีวิตของคุณและครอบครัวดีขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น